เผยแพร่ผลงาน: "การพัฒนาทักษะการวางแผนการออมเงินในรายวิชาการเงินและการลงทุนเบื้องต้น โดยใช้นวัตกรรมชุดกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกับเทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning: PBL) ของนักเรียนระดับชั้น ปวช.
สถานะ: อนุมัติ
"การพัฒนาทักษะการวางแผนการออมเงินในรายวิชาการเงินและการลงทุนเบื้องต้น โดยใช้นวัตกรรมชุดกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกับเทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning: PBL) ของนักเรียนระดับชั้น ปวช.
ผู้จัดทำ:
นางกรรณิกา ขจรพงษ์
แผนกวิชา:
การบัญชี
วันที่ส่งงานวิจัย:
18/09/2026
บทคัดย่อ:
บทคัดย่อ ชื่อเรื่องวิจัย: การพัฒนาทักษะการวางแผนการออมเงินในรายวิชาการเงินและการลงทุนเบื้องต้น โดยใช้นวัตกรรมชุดกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกับเทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning: PBL) ของนักเรียนระดับชั้น ปวช.1 สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัยการอาชีพวารินชำราบ ชื่อผู้วิจัย: นางกรรณิกา ขจรพงษ์ หน่วยงาน: แผนกวิชาการบัญชี วิทยาลัยการอาชีพวารินชำราบ ปีการศึกษา: 2569 การวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง การวางแผนการออม ของนักเรียนระดับชั้น ปวช.1 สาขาวิชาการบัญชี 2) ศึกษาสภาพและพฤติกรรมการวางแผนการออมเงินของนักเรียนหลังการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกับเทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ดังกล่าว กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 (ปวช.1) สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัยการอาชีพวารินชำราบ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 จำนวน 29 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1. แผนการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) รายวิชาการเงินและการลงทุนเบื้องต้น เรื่อง การวางแผนการออม จำนวน 6 แผน (12 ชั่วโมง) 2. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การวางแผนการออม จำนวน 4 ชุด 3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 4. แบบประเมินพฤติกรรมการวางแผนการออมเงิน (มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ) 5. แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ (มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ($\bar{X}$), ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ($S.D.$), ร้อยละ (%) และการทดสอบค่าทีแบบไม่เป็นอิสระต่อกัน (Dependent Samples $t$-test)
อ่านงานวิจัยฉบับเต็ม (PDF)